6 แนวโน้มที่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติงานมากที่สุดในปี 2022 โดย Gartner

28 มี.ค. 2565

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ คาดการณ์ถึง 6 แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อ Infrastructure และ Operations (I&O) ในอีก 12 - 18 เดือนข้างหน้า พร้อมแนะนำให้ผู้บริหารด้าน IT จับตามองและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

เทรนด์ที่ 1: Just-in-time Infrastructure

จากการสำรวจล่าสุดของ Gartner พบว่า ฟังก์ชัน I&O มีไทม์ไลน์ที่สั้นลง เทคโนโลยีทั้งหมดจะถูกนำมาปรับใช้ภายใน 6 - 18 เดือน จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Just-in-time Infrastructure หรือก็คือการทำอย่างไรให้สามารถใช้งานโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วที่สุดจะมีความสำคัญเทียบเท่าการติดตั้งใช้งานให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ว่าจะบน Public Cloud, Data Center หรือที่ไหนก็ตาม

Gartner แนะนำว่า ควรสร้าง Business Case ที่ระบุผลกระทบเชิงธุรกิจจากเวลาที่ใช้ในการติดตั้งใช้งาน เน้นย้ำเรื่องเวลาในการส่งมอบงาน/ติดตั้งในสัญญาของผู้ให้บริการ และตรวจดูทางเลือกต่างๆ ของผู้ให้บริการให้มากขึ้นถ้าเป็นไปได้

เทรนด์ที่ 2: Digital Natives

บริษัทที่เป็น Digital Natives คือบริษัทที่เริ่มใช้ Public Cloud ตั้งแต่แรกอย่างสมบูรณ์ และเป็นหัวใจสำคัญของโมเดลเชิงธุรกิจ เช่น Uber หรือ DoorDash ปัจจุบันนี้มีบริษัทเป็นจำนวนมากจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านดิจิทัล เช่น ธุรกิจประกันและค้าปลีก เมื่อความท้าทายใหม่ได้ถูกสร้างขึ้น แบรนด์ดั้งเดิมทั้งหลายจึงต้องเปลี่ยนแปลงและตามให้ทัน

Gartner แนะนำว่าควรพัฒนาแผนเพื่อเปลี่ยนองค์กรจาก Non-digital-native ให้มีความคล่องตัวและเกิดการลงทุนคุ้มค่าประสิทธิภาพ โดยเน้นลงทุนแบบ OpEx เป็นหลัก เพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงจัดหาโซลูชันที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในบริษัทที่เป็น Non-digital-native

เทรนด์ที่ 3: Management Confluence

เมื่อ I&O เริ่มเปลี่ยนไปสู่ Integration & Operations  เครื่องมือเฝ้าระวังและบริหารจัดการทั้งหลาย เช่น Application Performance Monitoring, Digital Experience Monitoring, IT Service Management และ AI Operations จำเป็นต้องเข้ามาอยู่ใต้เครื่องมือที่บูรณาการทุกอย่าง เพื่อขับเคลื่อนความคล่องตัวและสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เครื่องมือสำหรับจัดการอย่างบูรณาการนี้เองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมและสร้าง ROI ได้ดีกว่าเดิม รวมถึงขับเคลื่อนความคล่องตัวของ I&O ผ่านทางแนวคิด Hyperautomation

เพื่อให้การบูรณาการทำได้ง่ายขึ้น Gartner แนะนำว่าควรจัดหมวดหมู่ของเครื่องมือทั้งหลายที่ใช้ในปัจจุบัน ระบุส่วนที่เครื่องมือสามารถผสานการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมุมมองอย่างครอบคลุม และใช้เครื่องมืออัตโนมัติเพื่อผสานรวมทุกอย่างให้อยู่ในหน้าแดชบอร์ดเดียว

เทรนด์ที่ 4: Data Proliferation

ข้อมูลยังคงทวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งความหลากหลาย ความเร็ว และปริมาณ ในบางกรณี ข้อมูลจะถูกสร้างที่ Edge ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นข้อมูลขยะและถูกทำลายทิ้งไปในทันที แต่ในกรณีอื่นๆ ข้อมูลจะถูกสร้างและมองว่ามีความสำคัญเพียงพอที่จะจัดเก็บไว้ แม้กระนั้น I&O จำเป็นต้องเตรียมพื้นที่จัดเก็บและจัดการเรื่องการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดขององค์กร

แม้ว่านโยบายการรักษาข้อมูลจะอยู่นอกขอบเขตโดยตรงของ I&O แต่ผู้บริหารสามารถช่วยจัดลำดับความสำคัญของการรักษาข้อมูลในมุมมองการวางแผนระยะยาว ดังนี้

  • ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Chief Data Officer เพื่อมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายการรักษาข้อมูล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนคุ้มค่าประสิทธิภาพมากที่สุด
  • ใช้ซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ไฟล์เพื่อใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดและระบุความเสี่ยงของข้อมูลที่ไม่ทราบ
  • จัดการเชิงรุกกับความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อบังคับโดยใช้ Enterprise Information Archiving (EIA)

เทรนด์ที่ 5: Business Acumen

ความเชื่อมโยงระหว่างการทำงานและผลลัพธ์ของ I&O กับเป้าหมายเชิงธุรกิจมักไม่ชัดเจน ทำให้ผู้บริหารไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรม I&O เข้ามาใช้ในธุรกิจมากนัก การว่าจ้างทีม I&O ใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องเน้นคัดเลือกผู้ที่มีความคิดเชิงธุรกิจมากกว่าแค่พื้นฐานด้านเทคนิค เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงวิธีการตอบโจทย์เป้าหมายโดยรวมขององค์กร

Gartner ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการว่าจ้างทีม I&O ใหม่ ดังนี้

  • ประสานงานกับฝ่าย HR เพื่อระบุทักษะที่ต้องการใหม่ ขอบเขตของการทำงาน และแผนว่าจ้าง
  • ให้ความสำคัญกับสมรรถนะเชิงพฤติกรรมหรือ Soft Skills มากกว่าทักษะด้านเทคนิค
  • ให้ทีม I&O ที่ไม่ใช่สายเทคนิคนำเสนอนวัตกรรม I&O แก่ผู้บริหารฝั่งธุรกิจ

เทรนด์ที่ 6: Career Leaders to Career Lattices

ความก้าวหน้าทางสายงาน I&O เริ่มเปลี่ยนจากโดเมนเดียวที่ถูกผลักดันโดยภาระงานและทักษะเชิงเทคนิคแบบดั้งเดิม ไปสู่เส้นทางที่เน้นความสามารถที่หลากหลายและการเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว แนวโน้มนี้เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อหลายองค์กรเริ่มพลิกโฉมธุรกิจให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะสร้างโอกาสให้แก่ทีม I&O แต่ก็จำเป็นต้องวางแผนและประสานงานกับฝ่าย HR ให้ดี

Gartner แนะนำว่าองค์กรควรระบุช่องโหว่ของทักษะที่ขาดหายไปจากแนวโน้มที่คาดการณ์เหล่านี้และใช้ตารางการจัดตำแหน่งทักษะ (Skills Alignment Quadrant) รวมไปถึงประสานงานกับฝ่าย HR เพื่อสร้างสายงานแบบ Career Lattices แทน พร้อมจัดการอบรมและการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานI&O ใหม่ๆ

 

ที่มา: https://www.gartner.com/en/articles/the-top-6-trends-impacting-infrastructure-and-operations-for-2022

ก่อนหน้า